ข่าวประชาสัมพันธ์กระทรวงอุตสาหกรรม

สุริยะ ย้ำชัดการอนุญาตสำรวจแร่ ไม่ได้ให้สิทธิเหนือที่ดินใด ๆ

12 มี.ค 2564

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงชัด ๆ การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเป็นการให้สิทธิในการสำรวจแร่ในพื้นที่ที่กำหนด ไม่ใช่เป็นการอนุญาตหรือการให้สิทธิในการครอบครองพื้นที่ หากเจ้าของพื้นที่ ไม่ยินยอม ก็ไม่สามารถเข้าทำการสำรวจแร่ในพื้นที่ดังกล่าวได้   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์กรณีตัวแทนกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำจะไปยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำต่อนายกรัฐมนตรี ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันนี้ (11 มี.ค. 2564)  ขอชี้แจงว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับการร้องเรียนประเด็นต่าง ๆ มาโดยตลอด  โดยได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นร้องเรียนของกลุ่มประชาสังคมฯ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมโดยตรงกรณีบริษัทเหมืองทองคำ ได้รับอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษ ทับลงบนที่ดิน ส.ป.ก. และได้มีการกล่าวว่า จากพยานหลักฐานพบว่า บริษัทเหมืองทองคำได้สิทธิเหนือที่ดิน ส.ป.ก. และ ระบุที่ดิน ส.ป.ก. เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศไปนานแล้วนั้น   กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้รายงานมาแล้วว่า การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จำนวน 44 แปลง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการอนุญาตตามคำขอเดิมที่บริษัท อัคราฯ ได้ยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2546 และ 2548 ต่อมาบริษัท อัคราฯ ได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำ พ.ศ. 2560 อย่างครบถ้วน คณะกรรมการแร่จึงได้มีการพิจารณาคำขออาชญาบัตรพิเศษดังกล่าวตามขั้นตอนของกฎหมายโดยคำนึงถึงดุลยภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนด้วยความรอบคอบก่อนมีมติให้ความเห็นชอบอนุญาต เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563   “ขอชี้แจงว่า การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่เป็นการให้สิทธิในการสำรวจแร่ในพื้นที่ที่กำหนด ไม่ใช่เป็นการอนุญาตหรือการให้สิทธิในการครอบครองพื้นที่ ดังนั้น การเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจแร่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน หากเจ้าของพื้นที่ไม่ยินยอมให้เข้าสำรวจแร่ ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษก็ไม่สามารถเข้าทำการสำรวจแร่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ และผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย  อีกทั้งในปัจจุบัน ส.ป.ก. ยังไม่มีกฎระเบียบที่จะอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อการสำรวจและทำเหมืองแร่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ ที่ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ส.ป.ก. มาก่อนด้วย” นายสุริยะ กล่าว   สำหรับประเด็นที่ตัวแทนกลุ่มประชาสังคมฯ ได้กล่าวอ้างถึง บริษัทเหมืองทองคำระบุที่ดิน ส.ป.ก. เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศนั้น จากการตรวจสอบรายงานประจำไตรมาสของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อัคราฯ ยังไม่พบข้อความที่ระบุว่ามีสิทธิเหนือที่ดิน ส.ป.ก.    แต่อย่างใด เพียงแต่ระบุว่าได้รับอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษ 44 แปลง ซึ่งระบุว่าอาชญาบัตรพิเศษดังกล่าวมีเงื่อนไขว่าจะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ด้วย ซึ่งข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับเงื่อนไขในการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษ คือ การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษไม่ได้เป็นการผูกพันว่าทางราชการจะต้องอนุญาตให้ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษได้ใช้พื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลของบริษัท คิงส์เกตฯ ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของไทยแต่อย่างใด    “นอกจากนี้ การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ ก็ไม่เป็นการผูกพันว่าทางราชการที่รับผิดชอบพื้นที่ จะต้องอนุญาตให้ผู้ถืออาชญาบัตรพิเศษนี้เข้าใช้พื้นที่ในการสำรวจดังกล่าวด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวย้ำ   11 มีนาคม 2564

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ เปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันของผู้รับผิดชอบภารกิจด้านกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม”

11 มี.ค 2564

วันนี้ (11 มีนาคม 2564) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันของผู้รับผิดชอบภารกิจด้านกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม”เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจและยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม  ณ ห้องประชุม อก.1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


ปลัดฯ กอบชัย เป็นประธานการประชุมการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการกำกับติดตามการปฏิบัติงานของ สอจ. 76 จังหวัด

11 มี.ค 2564

วันนี้ (11 มีนาคม 2564) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุมการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการกำกับติดตามการปฏิบัติงานของ สอจ. 76 จังหวัด โดยมี นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุระ เพชรพิรุณ นายสมพล โนดไธสง นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายใบน้อย สุวรรณชาตรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมรักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสหวัฒน์ โสภา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร เข้าร่วม ณ ห้องประชุม อก.1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สปอ. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ กลไกในการปรับเปลี่ยนและเสริมสร้างการทำงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้สอดคล้องตามนโยบายการปฏิรูประบบราชการสู่ 4.0 ในด้าน Digital Transformation โดยได้พัฒนาระบบการกำกับติดตามการปฏิบัติงานที่สำคัญของ สำนักงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ซึ่งในระยะแรกได้พัฒนางานการกำกับติดตามกระบวนงานพิจารณาการอนุญาตต่าง ๆ ของ สอจ. ตาม พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 หรือระบบ I-control ผ่านระบบ Application/Software ชื่อ I-Control (i-C) ทั้งนี้ ยังมีอุตสาหกรรมจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด เข้าร่วมการประชุมทางไกลผ่านระบบ Web Conference (ZOOM) อีกด้วย

อ่านต่อ...


“สุริยะ” สั่งการ “กรอ.” ดันทุกโรงงานพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งเป้ากว่า 7 หมื่นโรง ภายในปี 2568

10 มี.ค 2564

“สุริยะ”ผลักดันโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) มุ่งปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้พัฒนาอย่างยั่งยืน สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy) ของรัฐบาล ตั้งเป้าภายในปี 2568 โรงงานอุตสาหกรรม ทั่วประเทศกว่า 70,000 โรง ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมให้การประกอบกิจการต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย สู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) สอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล หรือ BCG โมเดล ที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) มุ่งเป้ายกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่สากล ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยเพื่อชุมชน ต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน    “ได้สั่งการให้ กรอ. เดินหน้าผลักดันให้ทุกโรงงานอุตสาหกรรมในกำกับที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 71,130 โรง ทั่วประเทศ พัฒนาสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยตั้งเป้าภายในปี 2568 โรงงานอุตสาหกรรมทุกโรงต้องได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (พ.ศ.2564-2580) เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมและกำกับดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ สร้างการรับรู้และเข้าใจในอุตสาหกรรมสีเขียว และมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและนานาชาติในที่สุด”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบกิจการโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันมีสถานประกอบการอุตสาหกรรมได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวแล้วประมาณ 20,000 ราย โดยมีสถานประกอบการที่ขอใช้ตราสัญลักษณ์อุตสาหกรรมสีเขียวบนฉลากผลิตภัณฑ์แล้ว จำนวน 110 ราย เพื่อแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ข้อมูล ณ 31 มกราคม 2564) สำหรับปี 2564 กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินการ 3 โครงการหลักเพื่อการยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ประกอบด้วย 1. โครงการส่งเสริมสถานประกอบการเพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว 2. โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดระดับรายสาขา การลดปริมาณน้ำในโรงานอุตสาหกรรม และส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และโรงงานที่มีการใช้น้ำมากหรืออยู่ในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ และ 3. โครงการส่งเสริมการยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืนด้วยระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ กรอ. ยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสถานประกอบการ ด้วยการจัดทำระบบการเรียนรู้และอบรมออนไลน์ (E-learning) และคู่มืออุตสาหกรรมสีเขียว ที่รวบรวมหลักการดำเนินงาน หลักเกณฑ์และเงื่อนไข พร้อมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว โดยที่ผู้ประกอบกิจการสามารถสมัครและขอใบรับรองผ่านระบบออนไลน์  

อ่านต่อ...


“สุริยะ” มั่นใจอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผงาด ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน

10 มี.ค 2564

“สุริยะ” มั่นใจอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผงาดหลัง 10 ประเทศอาเซียนบรรลุข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรอง ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน ชี้ปีนี้คึกคัก หลัง เกรท วอลล์ มอเตอร์ รถยนต์สัญชาติจีนได้มาตรฐานยูโร 4 จาก สมอ. เตรียมออกแคมเปญในงานมอเตอร์โชว์มีนาคมนี้   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของโลก ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้สอดรับกับแนวโน้มของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีมาตรฐานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งเป็นผู้แทนประเทศไทย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์ของอาเซียน โดยได้ลงนามในข้อตกลงครบทั้ง 10 ประเทศ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2564 ซึ่งประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากข้อตกลงนี้เป็นอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยมีความพร้อมในหลายด้าน และเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบรับรองที่มีความพร้อม เช่น สถาบันยานยนต์ และศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) หากศูนย์ทดสอบยานยนต์ฯ ซึ่งเป็นสนามทดสอบแห่งแรกในอาเซียนก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมให้บริการ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มขึ้นไปอีก และด้วยศักยภาพของประเทศไทย ทำให้นักลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านจับตามอง ดังเช่นที่ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์สัญชาติจีนได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง โดยประสบความสำเร็จได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. สำหรับรถยนต์รุ่น HAVAL H6 และเตรียมเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง   “ปีนี้อุตสาหกรรมยานยนต์จะขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังภาครัฐผ่อนปรนมาตรการป้องกันโควิด-19 คาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6 ประกอบกับในเดือนมีนาคมนี้จะมีงานมหกรรมยานยนต์ คาดว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น จากการออกรถยนต์รุ่นใหม่และการส่งเสริมการขายของผู้จำหน่ายภายในงาน” นายสุริยะฯ กล่าว   นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์สัญชาติจีน ที่เล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทย ได้เข้ามาตั้งฐานการผลิตรถยนต์ที่นิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เมื่อปี 2562 หลังจากที่บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยุติการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนกว่า 22,600 ล้านบาท และมีกำลังการผลิต 80,000 คันต่อปี ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยกว่า 8,000 คนแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะและเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ให้กับคนไทย ให้สามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้นด้วย คาดว่าภายในระยะเวลา 5 ปี จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน   “นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. 2540-2554 รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ เฉพาะด้านความปลอดภัย: สารมลพิษจากเครื่องยนต์ ระดับที่ 8 หรือยูโร 4 (EURO 4) จาก สมอ. สำหรับรถยนต์รุ่น HAVAL H6 เป็นรถยนต์ที่ สมอ. ควบคุมปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยออกมาจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้ผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมจะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ในเดือนมีนาคมนี้ และคาดว่าน่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ในปีนี้คึกคักกว่าที่ผ่านมา” เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย

อ่านต่อ...


ปลัดกอบชัยฯ ให้อุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนและผลไม้

08 มี.ค 2564

วันนี้ (8 มีนาคม 2564) นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นางไพรินทร์ กันทะวงษ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนและผลไม้ อาทิ มะม่วง มะยงชิต จากจังหวัดอุทัยธานี  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน โดยจะจัดจำหน่าย ในระหว่างวันที่ 10 - 12 มีนาคม 2564 ณ สโมสรอาคารนารายณ์  กระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนจิตอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขของประชาชนกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564

08 มี.ค 2564

วันนี้( 8 มีนาคม 2564) นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนจิตอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความสุขของประชาชนกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งที่ 1/2564 โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าโครงการจิตอาสาของกระทรวงอุตสาหกรรมประจำปี 2564 พร้อมร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสารักษ์แม่น้ำ จำนวน 6 คลอง 10 ลุ่มน้ำสายหลักและกิจกรรมจิตอาสาของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการจัดกิจกรรมเนื่องในวันข้าราชการพลเรือนประจำปี 2564 “1 กระทรวง 1 การให้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในยุค New Normal”โดยมี นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ ในส่วนของประธานกลุ่มประสิทธิภาพขององค์กร กลุ่มที่1-6 เข้าประชุมผ่านโปรแกรม Zoom ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ วรวรรณ ให้การต้อนรับคณะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศึกษาดูงานอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ

08 มี.ค 2564

วันนี้ (8 มีนาคม 2564)นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ พลเอก ชูชาติ บัวขาว รองปลัดกระทรวงกลาโหม หัวหน้าคณะเข้าเยี่ยมชมดูงานอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อปรึกษาหารือแนวทางการจัดตั้งมูลนิธิและสถาบันภายใต้มูลนิธิ เพื่อนำข้อมูลไปเป็นแนวทางในการในการจัดตั้งมูลนิธิและสถาบันภายใต้มูลนิธิของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมให้ข้อมูล ณ ห้องประชุม อก.1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงอุตสาหกรรม #กระทรวงกลาโหม #อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ

อ่านต่อ...


รองปลัดฯ ภานุวัฒน์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตและการจัดการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน บริษัท เคฟเท็กซ์ จำกัด

08 มี.ค 2564

  วันนี้ (8 มีนาคม 2564) นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมกระบวนการผลิตและการจัดการที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน บริษัท เคฟเท็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตผ้าเบรค, ผ้าครัชท์รถยนต์ทุกชนิด พร้อมด้วย นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหาร ณ บริษัท เคฟเท็กซ์ จำกัด จังหวัดปทุมธานี  

อ่านต่อ...


กรอ.ยกระดับการตรวจโรงงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เปิดมิติใหม่รับยุค New Normal นำร่องกว่า 5,000 โรงงานทั่ว กทม.

08 มี.ค 2564

“สุริยะ”สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ยกระดับการตรวจโรงงานและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายแบบทางไกล (Remote Inspection) เน้นอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ภายใต้วิถีปกติใหม่ (New Normal) โดยเริ่มให้บริการนำร่องโรงงานกว่า 5,000 โรงงาน พื้นที่ กทม. ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564   นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม  มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ตามนโยบาย Ease of Doing Business ของรัฐบาล  ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการออกใบอนุญาต และได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการออกใบอนุญาตโรงงาน ล่าสุดได้สั่งการให้ กรอ.ยกระดับการให้บริการด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ตรวจโรงงานทางออนไลน์ เพื่อให้การกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่  ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งยังสามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยให้บริการนำร่องโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ กทม. กว่า 5,000 โรงงาน เริ่มดำเนินการตั้งเดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป   ด้าน นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยการออกประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม ว่าด้วยการตรวจสอบโรงงานและสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายแบบทางไกล (Remote  Inspection) โดยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการตรวจโรงงานแทนการลงพื้นที่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภัยธรรมชาติ หรือจากสถานการณ์อื่น ๆ โดยเจ้าหน้าที่จะประสานงานการตรวจแบบทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ บนเว็บไซต์ และสมาร์ทโฟน เป็นต้น    “ประกาศของ กรอ. ในเรื่องดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน หรือผู้ที่ครอบครองวัตถุอันตราย ต้องจัดส่งรายงานการตรวจประเมินแบบทางไกล หรือแบบฟอร์มการตรวจติดตามสถานที่ เก็บวัตถุอันตรายทาง E-mail , Line ซึ่งหาก กรอ. พิจารณาแล้วเห็นว่ารายงานดังกล่าว มีความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือ การประกอบกิจการไม่สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด อาจให้มีการประชุมทางไกลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น Zoom , Skype , Microsoft Teams , Line VDO  Call เพื่อให้สามารถเห็นภาพการประกอบกิจการได้ชัดเจน หรือหากมีข้อสงสัยก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว โดยเริ่มนำร่องในโรงงานอุตสาหกรรมพื้นที่ กทม. จำนวน 5,592 โรงงานก่อน และจะขยายผลไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป”อธิบดีกรมโรงงานฯ กล่าวทิ้งท้าย

อ่านต่อ...


Page 1 of 360